BEBEE's profile((((¯`'•.¸°_«¤´¯`¤»°_BeB...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
((((¯`'•.¸°_«¤´¯`¤»°_BeBee_°«¤´¯`¤»_°¸.•'´¯))))November 16 ส่วนหนึ่งของความรัก by โน้ตอุดม... ความรัก ... คล้ายการลอกหัวหอม ระหว่างลอกหอมทีละ ชั้น ระหว่างการเรียนรู้กันและกันทีละขั้น เป็นธรรมดาที่ต้องมี น้ำตา วันนี้หัวที่เคยหอมหายไปแล้ว หัวหอมไปไกลแต่น้ำตาทำไมยังอยู่ที่ เรา ... กลิ่นของความรัก ... ก็เช่นเดียวกับห้องน้ำ เข้าไปแรก ๆ จะ รู้สึกได้กลิ่น อยู่ในนั้นไปนาน ๆ จะเคยชิน จนลืมไปว่ามี กลิ่นนั้นอยู่ จนกว่าจะออกมาจากบริเวณนั้น และกลับเข้าไป ใหม่ ... ความรักเหมือนรถเมล์ ... สายที่ไม่ต้องการจะมาก่อนเสมอ เมื่อไหร่รถ สายที่รอจะมาหนอ บ้างที่มาคนแน่นไม่มีที่ แต่ถ้าอายุมาก แล้ว รถเมล์เที่ยวสุดท้ายแน่นก็ต้อง ขึ้น ... ถ้า เรารักใครสักคน ... เราควรเปิดโอกาสให้เค้าทำผิดพลาดหลาย ๆ ครั้ง เพราะเราเองก็ต้องการ โอกาสอย่างนั้นเช่นกัน August 26 บายเนียร์ บ๊ายบายจบลงไปแล้วนะ สำหรับงานบายเนียร์ที่พึ่งผ่านพ้นไปเมื่อวานนี้
ขอบคุณพี่พี่ทุกๆคน น้องๆทุกๆคนที่มาร่วมงานกัน ถึงแม้จะมีเพียงน้อยนิด
แต่คนที่มางาน คงมาเพราะความเต็มใจที่จะมาอย่างจริงใจ เพื่อแสดงความยินดี และอำลากับรุ่นพี่ที่กำลังจะจบไปอีกปี
แต่สำหรับคนที่ไม่ได้มา ก็จะพยายามเข้าใจนะ ว่าพวกคุณมีเหตุผลที่ดีพอ ไม่ต้องบอกหรอกว่าพวกคุณทั้งหลายมีเหตุผลอันใดกัน
เพราะรู้ว่าพวกคุณโตพอที่จะรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด อะไรควรอะไรไม่ควร
เหตุผลต่างๆ เก็บเอาไว้แล้วบอกกับตัวเองแระกันนะ
เพราะว่าต่างคนต่างก็มีเหตุผล
ขอแค่ว่าพวกคุณอย่าเอาเหตุผลส่วนตัวที่ไม่น่าใช่เหตุผลมาทำให้จุดประสงค์ของงานบายเนียร์เปลี่ยนไปนะจ๊ะ
ในฐานะเป็นหนึ่งในคนที่จัดงานบายเนียร์ในปีนี้
คิดว่าตัวเองรู้สึกอึ้ง จริงๆนะ เพราะไม่คิดว่าจะมากันน้อยถึงเพียงนี้
สงสารทุกๆคน ที่พยายามเตรียมงาน อยากจะรันงานให้ดีที่สุด
อยากทำให้ทุกอย่างออกมาดี พยายามคิดกิจกรรมทุกอย่างที่สามารถให้ทุกคนร่วมกันทำได้ทุกชั้นปี
พยายามทำทุกอย่างเพื่อลบภาพกิจกรรมที่พวกเราทุกคนคิดว่าพวกเราทำมาไม่ดีพอในตอนรับน้อง
แต่...ทุกอย่างมันก็เท่านี้
พี่พี่บัณฑิตทุกคนค่ะ ขวัญดีใจด้วยนะที่พวกพี่จบกัน และกำลังดำเนินชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง
ขอให้พี่พี่ทุกคนประสบความสำเร็จในชีวิตนะค่ะ และที่สำคัญก็ขอให้มีความสุขกับการทำงานนะ
ขวัญเป็นคนที่ไม่ค่อยได้พูดไม่ค่อยได้ออกความคิดอะไรกะใครเท่าไหร่
เป็นก็เพียงแค่คนเงียบๆคนหนึ่ง ขอโทษนะค่ะ ที่คราวนี้จัดงานออกมากลายเป็นแบบนี้
แต่พวกเราก็พยายามที่สุดแล้ว อย่างน้อยๆก็อยากให้พี่พี่รู้ว่า พวกเราดีใจ...ดีใจที่ได้ทำอะไรดีๆให้พี่พี่บ้างค่ะ
ขอบคุณพี่ต๊อบมากเรยนะค่ะ ที่ลางานมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะอะ อิอิ สวยบาดตาจริงๆ
อืม...รู้งี้นาจะนับจำนวนคนก่อนเนอะ จะได้เอาเงินที่ทิ้งไปโดยไม่จำเป็น ไปสั่งเหล้ากินกัน555
อืม...รู้งี้จัดโรงแรมเหมือนเดิมคงดีกว่ามั้ง น้องปี 1 จะได้มากันได้ด้วย แต่ที่ร้านก็ให้เข้าได้นะ ลูกเด็กเล็กแดงอะ
พลาดการแดนซ์ไปแล้วละน้อง อิอิ
แล้วก็พลาดกันไปจริงๆพวกเรา
ขอส่งท้ายอีกนิด งานบายเนียร์จัดขึ้นเพื่ออะไร
งานบายเนียร์ จัดขึ้นเพื่ออำลารุ่นพี่ที่จบ เพื่อให้รู้ว่าไม่ว่าอย่างไงเมื่อพกเขาจบไปแล้ว ก็ยังมีพวกเรารุ่นน้องที่ยังรักพวกพี่ๆเสมอ
อย่าให้อะไรบางสิ่งบางอย่าง มาทำให้จุดประสงค์ของงานบายเนียร์เปลี่ยนไป August 19 只对你有感觉August 07 วันนี้คุณ "กำ" อะไรอยู่..พอดีว่าวันนี้เข้าไปเช็คเมวมา มีเมวฉบับนึง ข้อความดีมากๆเรยเอามาให้อ่านกัน
เผื่อบางคนยังไม่ได้อ่าน เราว่ามันดีอะ
มีครอบครัวที่น่ารักอยู่ครอบครัวหนึ่ง...ครอบครัวนี้มี
พ่อ แม่ และบุตรชายวัย 5 ขวบ กำลังน่ารักเลยที เดียว
เจ้าหนูเป็นเด็กที่ซนอย่างร้ายกาจและขี้สงสัยอย่างมาก...
อยู่มาวันหนึ่งเจ้าหนูก็นึกครึ้มอกครึ้มใจอย่างไรบอกไม่ถูก ไปคว้าเอาแจกันหยกแกะสลักต้นราชวงศ์หมิง... ซึ่งนั่นก็หมายความว่ามันราคาแพงมาก
เจ้าหนูนำมาเล่นพลิกคว่ำพลิกหงาย สักพักก็ล้วงมือเข้าไปในแจกัน ทันใดนั้น... เจ้าหนูก็ทำตาโต ดูเหมือนจะดีใจที่ล้วงเข้าไปเจออะไรสักอย่าง แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า เจ้าหนูจะดึงมือออกมาได้อย่างไร
เจ้าหนูเริ่มกระสับกระส่าย พยายามดึงมือออกมาแต่ก็ไม่สำเร็จ จนต้องใช้ไม้ตายคือ "ทำไม่ได้ร้องไห้ไว้ก่อน" เสียงเอ็ดอึงเป็นผลให้พ่อและแม่ต้องวิ่งมาดู
เมื่อมาพบเข้าต่างก็พยายามช่วยกันดึงมือของเจ้าหนูออกจากแจกันด้วยวิธีต่างๆ... แต่ไม่ว่าจะใช้น้ำมันหรือน้ำสบู่ ต่างก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
จนสุดท้าย... ผู้เป็นพ่อต้องตัดใจทุบแจกันหยกราชวงศ์หมิง เพื่อรักษามือของลูกชายเอาไว้.. เมื่อมือของเจ้าหนูหลุดจากแจกันแล้ว พ่อและแม่ก็พบว่ามือเจ้าหนูกำอะไรบางอย่างจนแน่น... ผู้เป็นแม่ จึงถามลูกชายว่า "หนูกำอะไรอยู่จ๊ะลูก?" เจ้าหนูตอบพร้อมทำสีหน้าขึงขัง "ผมปล่อยมันไม่ได้หรอกครับ" "แล้วมันคืออะไรล่ะลูก?" ผู้เป็นพ่อเริ่มสงสัย "มันเป็นสตางค์ครับ" เจ้าหนูตอบ พร้อมกับค่อยๆแบมือออก อย่างทนุถนอม จึงปรากฏว่า...ใน มือของเจ้าหนูมีเพียงเหรียญสลึงอยู่สองเหรียญ เจ้าหนูหารู้ไม่ว่าการที่เขาพยายามกำเหรียญเอาไว้.. ทำให้ครอบครัวต้องสูญเสียของที่มีค่ากว่าเป็นพันๆเท่า แล้วคุณล่ะ... ขณะที่คุณกำลังใช้ชีวิตอยู่นี้ คุณกำลัง "กำ"อะไรไว้ในชีวิตบ้าง เงิน... บ้าน... งาน... รถ... ชื่อเสียง... ภาพพจน์... ทิฐิ... แล้วสิ่งที่คุณกำอยู่ ทำให้คุณสูญเสียอะไรที่มีค่ามหาศาลไปบ้าง... เวลา... ครอบครัว... พ่อแม่... เพื่อน... คนที่คุณรัก... คนที่รักคุณ... คุณ "กำ" อะไรอยู่? ..... และ... คุณเลือกที่จะกำมันไว้ตลอดไป หรือจะคลายออกแล้ววางมันลงดีล่ะ July 26 เหตุผล กับ ความรู้สึกเคยรู้สึกมั๊ยว่าทำไมบางครั้ง เหตุผล มันจะต้องสวนทางกับความรู้สึกอยู่เรื่อยเรย
บางครั้งจิตใจอยากจะทำอย่างนู้นอยากจะทำอย่างนี้ แต่เมื่อมานึกถึงเหตุผลแล้วกลับทำให้ตัดสินใจไม่ได้
เห็นแก่ตัว ถ้ามันเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น และเราเองที่เลือทำตามความรู้สึก
ตัวเอราเองที่จะเลือกพูดตามความรู้สึก อย่างนี้แล้วมันเรียกได้หรือป่าวว่า ตัวเราเองกำลังเห็นแก่ตัวอยู่
การอยู่ด้วยกัน 2 คนนั้น มันมีอะไรมากกว่าคำว่า เหตุผล และ ความรู้สึก
แล้วเมื่อไหร่ละ ที่เรา 2 คนจะก้าวพ้นการสวนทางตรงนั้นมาได้
นานวันเข้า สิ่งต่างๆรอบตัวมีเพิ่มมากขึ้น ภาระหน้าที่ที่ต้องทำมีมากขึ้น
เวลาที่มีให้กันเริ่มน้อยลง ถึงแม้จะไม่ได้น้อยลงอะไรไปมากมายนัก
แต่มันก็เห็นได้ถึงความแตกต่าง ระหว่างตอนนี้กับเมื่อก่อน
เมื่ออะไรหลายๆอย่างรอบๆตัวเพิ่มมากขึ้น เหตุผลที่จะต้องใช้ก็ต้องเริ่มมีมากขึ้น
เวลาที่เรา 2 คนจะได้เจอกัน เวลาที่เรานัดกันเรียบร้อยแล้ว หากมีเรื่องอะไรเข้ามา
เรื่องที่เข้ามาทำให้เรา 2 คนไม่ได้เจอกัน นั่นก็ต้องใช้หลักเหตุผลใช่มั๊ยว่าเพราะอะไรที่เค้ามาเจอไม่ได้
แต่ความรู้สึกที่มันมี ความรู้สึกที่เรียกว่าการรอคอย ความรู้สึกอยากเจอหน้า อยากเห็นหน้าก็ต้องพยายามที่จะหยุดความรู้สึกนั้นไว้แค่นั้น
แต่เมื่อไหร่ละ ที่เรา 2 คนจะมาเจอกันด้วยความรู้สึก โดยไม่มีเหตุผลที่เข้ามาเกี่ยวข้อง
เหตุผลบางครั้งมีมันก็ดี สามารถทำให้เรา 2 คนเข้าใจกันมากขึ้น
แต่ความรู้สึกมันก็ละทิ้งออกไปไม่ได้
แล้วคราวนี้จะทำอย่างไงดีละ เมื่อเหตุผลและความรู้สึกมักจะสวนทางกันเสมอ
ผิดหรอที่คนที่เรารอคอยที่จะเจอมีแค่คนๆเดียว
ผิดหรอที่เราเปนคนที่อาจเรียกได้ว่า...เห็นแกตัวกับเรื่องความรู้สึกนี้
เราพยายามที่จะเข้าใจแล้ว แต่...มันก็จิงเราก็ทำได้แค่นี้แระ
สักวันเรา 2 คนคงจะเข้าใจกันมากขึ้น
สักวันเรา 2 คนคงจะใส่ใจกันมากขึ้น
...สักวันเรา 2 คนคงจะมีวันนั้น |
|
||
|
|